หัวใจของการออกแบบคิ้วคือการใช้ทรงและน้ำหนักของคิ้วมา “ปรับสมดุล” โครงหน้า ก่อนลงมือ ช่างจะวัดตำแหน่งสำคัญสามจุด ได้แก่ หัวคิ้ว (แนวตรงกับปีกจมูก) จุดสูงสุดของคิ้ว และปลายหางคิ้ว เพื่อให้ได้กรอบคิ้วที่ได้สัดส่วนกับใบหน้าก่อนจะเลือกสไตล์
หน้ากลม
ควรเลือกคิ้วที่มีจุดพีคชัดและหางคิ้วยกขึ้นเล็กน้อย (คิ้วโก่งหรือมีเหลี่ยมนิด ๆ) เพื่อเพิ่มมิติแนวตั้งและทำให้ใบหน้าดูเรียวขึ้น ควรเลี่ยงคิ้วโค้งกลมมากเพราะจะยิ่งขับให้หน้าดูกลม
หน้าเหลี่ยม / กรามเด่น
เหมาะกับคิ้วที่มีเส้นโค้งนุ่มนวลเพื่อลดความคมของกราม จุดพีคไม่ควรแหลมจนเกินไป คิ้วโค้งมนกำลังดีช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนโยนและสมดุลขึ้น
หน้ารูปไข่
ถือเป็นรูปหน้าที่ยืดหยุ่นที่สุด เข้าได้กับคิ้วหลายทรง โดยทั่วไปคิ้วที่มีจุดพีคนุ่ม ๆ และความหนาปานกลางจะช่วยรักษาสัดส่วนที่ดีอยู่แล้วของใบหน้าไว้ได้
หน้ายาว / รูปไข่ยาว
ควรเลือกคิ้วที่ค่อนข้างตรงในแนวนอนและไม่ยกหางสูงมาก เพราะเส้นแนวนอนจะช่วย “ตัด” ความยาวของใบหน้าให้ดูสั้นลงและสมดุลขึ้น
คิ้วสไตล์ธรรมชาติ (Wild / Natural Brow)
เทรนด์คิ้วช่วงหลังเน้นลุคธรรมชาติที่ดูเหมือนคิ้วจริงมากกว่ากรอบคมเป๊ะ การออกแบบจึงเก็บความไม่สมมาตรเล็กน้อยตามธรรมชาติของแต่ละคนไว้ และใช้เทคนิคลายเส้นอย่าง Hair Stroke เพื่อให้คิ้วฟูเป็นเส้นแทนที่จะเป็นบล็อกทึบ
ที่ Cencute Studio การออกแบบทรงจะทำร่วมกับการวิเคราะห์โครงหน้าและความชอบส่วนตัว รวมถึงนำศาสตร์นรลักษณ์ (โหงวเฮ้ง) มาประกอบสำหรับผู้ที่สนใจ ทั้งนี้ทรงที่ “เหมาะ” ที่สุดควรพิจารณาจากใบหน้าจริงเป็นรายบุคคล